บทความที่น่าสนใจ

ทำไมต้องเปิดร้านขายของออนไลน์

Online Shopping

 

 

หลายๆ คนคงเคยคิดอยากเปิดร้านขายของออนไลน์ แต่ก็แอบลังเลว่า ทำไมเราไม่เปิดแบบมีหน้าร้านขายจริงจังไปเลย หรือไม่ก็ไปวางขายตามตลาดนัดหรือเช่าร้านตามห้างสรรพสินค้า ขายแบบดีๆไปเลย ขายในเว็บใครจะมาซื้อของเรา ลูกค้าจะรู้จักเว็บเราได้ยังไง จะขายได้หรอ?

 

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (National Statistical Office) ระบุว่า ยอดขายของธุรกิจ e-Commerce ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่น่าสนใจ โดยพบว่า ผู้ประกอบการ

ประเภทการทำธุรกิจระหว่างภาคธุรกิจด้วยกัน (Business to Business) มีมูลค่าการขายผ่าน e–Commerce เพิ่มขึ้น จาก 79,726 ล้านบาท ในปี 2550 เป็น 217,458 ล้านบาท ในปี 2553 ระหว่างภาคธุรกิจกับผู้บริโภค (Business to Customer) มีมูลค่าขาย เพิ่มขึ้นจาก 47,501 ล้านบาท ในปี 2550 เป็น 67,783 ล้านบาท ในปี 2553 และระหว่างภาคธุรกิจกับภาครัฐ (Business to Government) มีมูลค่าขายเพิ่มขึ้น จาก 177,932 ล้านบาท ในปี 2550 เป็น 344,370 ล้านบาท ในปี 2553

 

และจากผลสำรวจการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน พ.ศ. 2554 พบว่ามีคนที่อายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปที่เคยจองหรือซื้อสินค้าและบริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต

ร้อยละ 3.8 โดยมีสินค้าและบริการที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด คือ เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ ร้อยละ 30.8 รองลงมาคือ e-Ticket ร้อยละ 14.8 หนังสือ ร้อยละ 13.4 และ อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าสุขภาพ ร้อยละ 13.3 และจำแนกตามกลุ่มอายุและมูลค่าการซื้อขายตามภาพประกอบด้านล่าง

     ecom.graph3    สถิติมูลค่าการซื้อขายผ่าน e-commerce

 

 

จากข้อมูลข้างต้นคงจะพอสรุปได้ว่า ธุรกิจ e–Commerce ของไทยมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคงอาจทำให้หลายๆคนเริ่มสนใจในการทำธุรกิจออนไลน์บ้างแล้วใช่มั๊ยคะ

 

ก่อนอื่นเรามาดูข้อดีและข้อเสียของการขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ดีกว่าค่ะ

 

ข้อดีของการขายของออนไลน์

การขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์นั้น นับว่ามีข้อดีอยู่มากมายเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับการเปิดร้านขายโดยตรง หรือวางขายตามตลาดนัดและห้างสรรพสินค้า แต่ที่สำคัญ เราต้องรู้วิธีการเปิดร้านค้าออนไลน์ และรู้เทคนิคในการขายของออนไลน์อย่างถูกต้องด้วย จะทำให้ประสบความสำเร็จได้แบบไม่ยากเลย 

 

    1. การขายของออนไลน์ลงทุนน้อย ไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ราคาแพงๆ
    2. เปิดโอกาสในการขายสินค้าอย่างกว้างขวาง ขายได้ทั่วประเทศและทั่วโลก
    3. ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถจัดการร้านค้าออนไลน์ และเพิ่มสินค้าที่อยากขายได้ทุกที่
    4. เปิดร้านขายของได้ตลอด 24 ชั่วโมง
    5. ไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานขายจำนวนมาก
    6. เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า ไม่ต้องเดินทางออกมาเดินเลือกซื้อ แค่เข้าเว็บไซต์ก็สั่งสินค้าไปส่งถึงที่บ้านได้โดยสะดวก
    7. สามารถวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าที่เข้าชมสินค้าในเว็บไซต์ได้ โดยดูจากสถิติต่างๆของการเข้าใช้งานเว็บไซต์ ทำให้ทราบว่าแต่ละวันมีลูกค้าเข้ามากี่คน เข้ามากันช่วงเวลาไหน จากจังหวัดใด เป็นต้น
    8. ไม่จำเป็นต้องนั่งเฝ้าร้านตลอดเวลา ทำให้มีเวลาว่างไปทำงานอย่างอื่น หรือเปิดร้านค้าออนไลน์เพื่อขายสินค้าประเภทอื่นๆได้ในเวลาเดียวกัน
    9. ตลาดขยายตัวรวดเร็ว และปริมาณลูกค้าเพิ่มขึ้นทุกวัน เนื่องจากคนให้ความสำคัญและสนใจในการซื้อของออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ
    10. สามารถทำเป็นงานเสริมโดยไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำได้

 

นี่เป็นเพียงข้อดีส่วนหนึ่งของการเปิดร้านค้าออนไลน์เพื่อขายของผ่านทางเว็บไซต์ หากเรารู้วิธีการโปรโมทเว็บไซต์และสินค้าของเราให้เป็นที่รู้จัก นั่นหมายถึงเราสามารถทำกำไรจากการขายของออนไลน์ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำอย่างแน่นอน

 

ในการทำธุรกิจ นอกจากรู้ข้อดีแล้ว เราควรจะศึกษาข้อเสียของสิ่งที่เราจะทำด้วย เพื่อช่วยให้สามารถหาแนวทางแก้ไขหรือรับมือกับมันได้

 

ข้อเสียของการขายของออนไลน์

แน่นอนว่าการเปิดร้านค้าออนไลน์เพื่อขายสินค้านั้น จะต้องมีข้อเสียอย่างแน่นอน งั้นทุกคนคงลาออกจากงานหันมาเปิดร้านขายของออนไลน์กันหมดแล้วแหละ

และคนที่ขายของออนไลน์อยู่ทุกวันนี้ก็คงจะรวยกันหมดทุกคนแล้วเช่นกัน

 

    1. ลูกค้าไม่เห็นสินค้าจริง ไม่สามารถจับต้องได้จริงก่อนการซื้อ หรือไม่สามารถทดลองสินค้าก่อนได้
    2. สินค้าที่มีความต้องการสูงสำหรับลูกค้านักช็อปออนไลน์นั้นจะมีการแข่งขันสูงมาก
    3. ไม่เห็นสถานที่เปิดร้านจริง และมีหน้าร้านให้เห็นจริง จึงขาดความน่าเชื่อถือ
    4. ลูกค้าจำนวนหนึ่งไม่กล้าชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ และไม่กล้ากรอกข้อมูลส่วนตัวในเว็บไซต์ เนื่องจากกลัวเรื่องความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูล หรือกลัวข้อมูลจะรั่วไหล
    5. กลัวว่าชำระเงินไปแล้วจะไม่ได้รับสินค้า

 


นอกจากนี้แล้วปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งของการขายของออนไลน์ในบ้านเรา ก็คือข้อจำกัดของระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ

ยังขาดความรู้และความเข้าใจในการใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต และระบบอินเทอร์เน็ตในประเทศเรายังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทำให้ต้องเสียลูกค้าในพื้นที่ดังกล่าวไปเป็นจำนวนมากพอสมควร

 

อย่างไรก็ดีเราก็สามารถหาวิธีแก้ไขปัญหาและข้อเสียเหล่านี้ได้ เช่น พยายามใส่รูปภาพสินค้าในหลายมุมมอง ใส่ข้อมูลติดต่อร้านค้าโดยละเอียด ทั้งชื่อร้าน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ แผนที่แสดงที่ตั้งของร้านหรือที่อยู่เจ้าของเว็บไซต์ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ ส่วนการชำระเงิน หากเป็นการชำระโดยวิธีโอนเข้าบัญชี ก็ควรใส่เลขที่บัญชีและชื่อบัญชีให้ครบถ้วน หรือเลือกวิธีชำระเงินออนไลน์ด้วยระบบที่มีความน่าเชื่อถืออย่าง PayPal เป็นต้น

 

เมื่อลองพิจารณาจากข้อดีและข้อเสียข้างบนแล้ว หลายๆคนคงได้คำตอบแล้วนะคะ ว่าควรจะเดินหน้าเปิดร้านค้าออนไลน์ต่อดีหรือไม่ เชื่อว่าหากเราตั้งใจจะทำอะไรจริงจังแล้ว เราจะประสบความสำเร็จในสิ่งนั้นแน่นอน เช่นเดียวกับการเปิดร้านค้าออนไลน์ขายของ หากเรารู้แนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสม รู้ว่าควรขายอะไรดี ขายให้ใคร และต้องทำอย่างไรให้ขายได้ เราก็จะประสบความสำเร็จในที่สุดค่ะ ครั้งหน้าเรามาดูกันดีกว่าว่า หากเราต้องการเริ่มธุรกิจขายของออนไลน์นั้น เราจะต้องทำยังไง เริ่มจากตรงไหน หรือจะขายอะไรดี ติดตามกันได้นะคะ ^^